Sunday, 21 August 2016

Civil 3D: Land Parcels (ว่าด้วยเรื่อง การแบ่ง 'พื้นที่' ออกเป็นส่วนๆ)

>> เป็นอีกหนึ่งบทความ (ส่วนตัว) ที่เขียนเก็บเอาไว้ตั้งแต่ปี 2012 แต่มิได้นำมาลงใน blog ด้วยเหตุว่า ตัวผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจว่า เมื่อมีผู้ทำตามขั้นตอนการแบ่งเนื้อที่ (Parcel) ด้วยโปรแกรมฯดังกล่าวแล้ว จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ ชึ่ง ณ เวลานั้นผู้เขียนคิดว่า น่าจะเป็นเพราะตัว bug ของโปรแกรมฯ หรืออาจจะเป็นเพราะความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ของตัวผู้เขียนเอง ก็เป็นได้...จึงหยุดค้างคา เรื่องดังกล่าวไว้แค่ตรงนั้น (งานสำรวจฯส่วนตัวไม่ได้ใช้ชุดคำสั่งดังกล่าวมากนัก)

ในกาลถัดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตัวโปรแกรม Autocad Civil 3D ได้ถูกพัฒนามาโดยลำดับ จนถึงเวอร์ชั่น 2017 ณ ปัจจุบัน (แต่ตัวผู้เขียนเองกลับยังหมกมุ่นอยู่กับเวอร์ชั่น 2012 T_T)...ผู้เขียนเข้าใจว่า ในเวอร์ชั่นถัดๆมา ตัวโปรแกรมน่าจะถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการใช้ชุดคำสั่ง Parcel แต่ทั้งนี้ผู้เขียนก็ไม่เคยได้มีโอกาส ทำการทดสอบเวอร์ชั่นรุ่นใหม่ๆ เหล่านี้

ผู้เขียนได้ให้คำแนะนำกับท่านผู้สนใจในเรื่องชุดคำสั่ง Parcel ผ่านอีเมล์อยู่หลายวาระ จนมาถึงเพื่อนนายช่างสำรวจฯท่านหนึ่งจากเว็บไซต์ใหญ่ทางด้านงานสำรวจฯ ได้ถามไถ่เข้ามาในประเด็นเดียวกันนี้อีก ผู้เขียนจึงตัดสินใจขุดบทความชุดนี้ เอามาลงใน blog ให้ท่านผู้สนใจ ลองใช้ชุดคำสั่ง หรือนำไปต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นต่อไป หรือกลับมาชี้แนะ ชี้ทางสว่างให้กับผู้เขียน...จักเป็นพระคุณยิ่ง

หมายเหตุ: ขั้นตอน และวิธีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ โดยการใช้โปรแกรม Autocad Civil 3D นี้ ได้มาจากการทดสอบ (ส่วนตัว) โดยการใช้ โปรแกรมฯเวอร์ชั่น 2012 อนึ่ง ผู้เขียนไม่สามารถยืนยันผลสัมฤทธิ์ของการแบ่งพื้นที่ ในทุกๆกรณี โดยเหตุว่า ในบางกรณี ผู้เขียนพบว่า ไม่สามารถแบ่งซอยพื้นที่ Parcel ออกเป็นส่วนๆได้ โดยเฉพาะพื้นที่ๆมีลักษณะเป็นรูปหลายเหลี่ยมแบบซับซ้อน

Civil 3D: Land Parcels
(การแบ่งซอยพื้นที่ ออกเป็นส่วนๆ ให้มีขนาดเท่ากัน)


1. พื้นที่ๆมีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต แบบง่ายๆ อาทิ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ทรงจัสตุรัส ฯลฯ
จากภาพข้างต้น ผู้เขียนจะสาธิต การแบ่งซอยพื้นที่ขนาด 5,000 ตร.ม. ออกเป็น 10 ส่วน ส่วนละ 500 ตร.ม. โดยใช้ชุดคำสั่ง Parcel
1.1 ออกแบบพื้นที่: ทำการลากเส้น polyline วงปิดตามภาพทางด้านล่าง
1.2 สร้าง Parcel หลัก (ก่อนแบ่งออกเป็นส่วนๆ): ที่แท๊ป Parcels เลือก Create Parcel from Objects > ลากคลุมพื้นที่ ตามข้อ 1.1 > Enter จะพบหน้าต่าง Create Parcel from Objects > ตั้งค่าการแสดงผลของ Parcel ตามต้องการ > OK
ภาพแสดง Parcel ที่ถูกสร้างขึ้น 
โดยตัวโปรแกรมฯจะทำการคำนวณพื้นที่ และเส้นรอบวง อัติโนมัติ


1.3 กำหนดค่า Parcel LayOut

Parcel Sizing: การกำหนดขนาด-ปรับแต่ง Parcel ย่อย
     1.3.1 Minimum Area: กำหนดขนาดพื้นที่ให้กับ Parcel ย่อย โดยในการสาธิตนี้กำหนดพื้นที่ Parcel ย่อยให้มีขนาดพื้นที่ Pacel ละ 500 ตร.ม. (เมื่อคูณกับ 10 Parcel จะได้เท่ากับ 5,000 ตร.ม. พอดี)
    1.3.2 Minimum Frontage: กำหนดระยะทาง (ยอมให้ได้ต่ำสุด) ให้กับแนว Frontage (อาทิ แนวเขตที่ดินหน้าบ้าน ห่างจากถนน 2 เมตร) โดยในการสาธิตนี้กำหนดระยะต่ำสุดของ Frontage ให้มีค่าตามระยะกว้างของตัว Parcel ย่อย นั่นคือ 10 ม.
    1.3.3 Use Minimum Frontage At Offset: อนุญาติให้ใช้ค่า ตามข้อ 1.3.2 โดยในการสาธิตนี้ 'ไม่ใช้' 
   1.3.4 Frontage Offset: กำหนดระยะ Frontage ให้ล้ำเข้ามา (Offset) ในพื้นที่ๆต้องการแบ่ง Parcel ย่อยโดยในการสาธิตนี้ ไม่กำหนดให้มีการ Offset ใดๆ ออกจากแนว Frontage 
   1.3.5 Minimum Width: กำหนดระยะกว้างต่ำสุด ให้กับ Parcel ย่อย โดยในการสาธิตนี้ กำหนดให้มีระยะกว้างต่ำสุดเท่ากับ 10 ม.
 1.3.5 Minimum Depth: กำหนดระยะทางลึก (แนวยาว) ต่ำสุด ให้กับ Parcel ย่อย โดยในการสาธิตนี้ กำหนดให้มีระยะทางลึกต่ำสุดเท่ากับ 50 ม.
  1.3.6 Use Maximum Depth: อนุญาติให้ใช้ค่า ตามข้อ 1.3.7 โดยในการสาธิตนี้ 'ไม่ใช้' 
  1.3.7 Maximum Depth: กำหนดระยะทางลึก (แนวยาว) ยอมให้ได้สูงสุด
  1.3.8 Multiple Solution Preference: 
     1.3.8.1 Use Shortage Frontage: แสดงผลของ Parcel ย่อยที่ถูกแบ่งซอย ไปตามทิศทางเดียวกัน   กับแนว Parcel ย่อย อื่นๆ โดยในการสาธิตนี้ เลือก Use Shortage Frontage
     1.3.8.2 Use Smallest Area:  แสดงผลของ Parcel ย่อย ในกรณีที่มีพื้นที่เศษเหลือ ตามหัวมุมของพื้นที่ (มีความสัมพันธ์กับ หัวข้อ 1.3.10)
Automatic Layout: การเปิด-ปิด ระบบ LayOut อัติโนมัติ
 1.3.9 Automatic Mode: เปิด-ปิด ระบบการแสดงผลการคำนวณ และแบ่งซอย Parcel ย่อย แบบอัติโนมัติ โดยในการสาธิตนี้ เลือก Off (กด Enter ทีละครั้ง เพื่อแสดงผล Parcel ย่อย ทีละส่วนๆ)
On
Off
  1.3.10 Remainder Distribution: การจัดการพื้นที่ ส่วนที่เหลือ (ในกรณีแบ่ง/หารพื้นที่ ไม่ลงตัว)
     1.3.10.1 Create parcel from remainder: กำหนดให้สร้าง Parcel ขึ้นมาเฉพาะพื้นที่ส่วนที่เหลือ
    1.3.10.2 Place remainder in last parcel: กำหนดให้ Parcel ย่อยส่วนสุดท้าย รวมพื้นที่ส่วนที่เหลือ เข้าไว้ด้วยกัน
    1.3.10.3 Redistribute remainder: กำหนดให้นำพื้นที่ส่วนที่เหลือ มาหารด้วยจำนวน Parcel ย่อย แล้วแชร์ส่วนที่ถูกหาร เข้าไว้ในแต่ละ Parcel ย่อย
* โดยการสาธิตนี้ เป็นการแบ่งพื้นที่ 'แบบหารลงตัว' คำสั่ง Remainder Distribution จึงไม่มีผลบังคับ


1.4 ที่แท๊ป Tool > Slide Line-Create จะพบหน้าต่าง Create Parcel Layout > ตั้งค่าการแสดงผลของ Parcel ตามต้องการ > OK > คลิกเลือก ที่ตัว Parcel หลัก (คลิกที่ตัวหนังสือ แสดงขนาดพื้นที่)  
> สังเกตุที่ Command line: Select start point on frontage (คลิกที่ตำแหน่งจุดเริ่มต้น ที่ต้องการแบ่งซอยพื้นที่ย่อย บนแนวเส้น Frontage) > ที่ Command line: Select end point on frontage (คลิกที่ตำแหน่งจุดสิ้นสุด ที่ต้องการแบ่งซอยพื้นที่ย่อย บนแนวเส้น Frontage จะพบแนวเส้นแสดงจุดเริ่มต้น-สิ้นสุด ของการแบ่ง Parcel ย่อย) >
> ที่ Command line: Specify angle or [Bearing/aZimuth] คลิกที่ตำแหน่งเริ่มต้นใดๆ บนแนวเส้น Frontage (คลิก 1) > คลิกที่ตำแหน่งสิ้นสุดใดๆ (ในกรณีนี้อาจจะคลิกไปในทิศทางอื่นๆ) โดยการสาธิตนี้คลิกจุดสิ้นสุดในแนวตั้งฉากกับแนวเส้น Frontage (คลิก 2)) >
> กด Enter ทีละครั้ง เพื่องสร้าง Parcel ย่อย ทีละส่วน จนไปถึง Parcel ย่อย สุดท้าย
>> ตัวโปรแกรมจะสร้าง Parcel ย่อยจนครบ โดยในการสาธิตนี้ เป็นการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ ส่วนละเท่ากันๆ (แบบหารลงตัว จึงไม่เหลือเศษ)

2. พื้นที่ๆมีลักษณะเป็นรูปทรงหลายเหลี่ยม (Polygon)
Example 1:
Example 2:

Wednesday, 21 October 2015

รีวิว แบบว่าๆ 'หยวนๆ'...กับ เครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม (ระบบ GNSS) ยี่ห้อ CHC รุ่น x91

>> กว่าสิบปีที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสทำการทดสอบ และใช้งานเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม 'ความละเอียดสูง' จากค่ายผู้ผลิต (ยี่ห้อหลัก) อยู่หลายรุ่นพอสมควร อาทิ ยี่ห้อ Topcon ซีรี่ Hyper, Astech/Magellan ซีรี่ ProMark1, 2, 3, 500 และ Z-Max, Hemisphere รุ่น S320, Trimble ซีรี่ GA และ Leica ซีรี่ 1200 

จากยุคแรกเริ่ม ที่การรับสัญญาณดาวเทียมมีแค่เพียง 'ความถี่เดี่ยว' (L1) กับระบบการรับสัญญาณดาวเทียม 'เพียงหนึ่งเดียว' นั่นคือ 'ระบบ GPS' (ที่ถูกเรียกกันจนติดปาก มาจนถึงทุกวันนี้) ไล่เลียงมาจนถึง L2 หรือการรับสัญญาณดาวเทียม แบบความถี่คู่ (Dual Frequency)...และในยุคปัจจุบัน กับการนำเอาระบบดาวเทียม 'อื่นๆ' มาใช้ในการคำนวณระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลก 'ร่วมกัน' ซึ่งถูกเรียกในชื่อ GNSS (Global Navigation Satellite System) โดย ณ ปัจจุบัน (พ.ศ. 2558) นอกเหนือจากระบบดาวเทียม GPS (อเมริกา) ที่ชนชาวเราต่างคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ยังมีระบบดาวเทียม Glonass (รัสเซีย), Compass/Beidou (จีน), Galileo (สหภาพยุโรป, ระบบยังไม่สมบูรณ์) และระบบดาวเทียม SBAS (WAAS อเมริกา, EGNOS ยุโรป, GAGAN อินเดีย และ MSAS ญี่ปุ่น)
>> สำหรับบทความนี้ คือ 'ครั้งแรกในชีวิต' ของผู้เขียน กับการทดสอบและใช้งาน เครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม 'สัญชาติ หยวน' ที่ชนชาวเรา (ส่วนหนึ่ง) ค่อนข้างจะดูเบา ดูแคลนอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง 'เมดอินหยวน' ที่ว่า ราคาถูก, ของลอกเลียนแบบ, ความทนทาน (อายุการใช้งาน), ความถูกต้องของข้อมูล ฯลฯ

CHC x91
เครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม (ระบบ GNSS) ยี่ห้อ CHC รุ่น x91 (รุ่นล่าสุด) จากชนชาติหยวน ที่ผู้เขียนได้รับมาทำการทดสอบในครั้งนี้...บางที อาจจะช่วย 'ลบคำสบประมาท' ข้างต้น ก็เป็นได้ ผู้เขียนขออนุญาติทำการวิเคราะห์ (ความคิดเห็นส่วนตัว) ไปทีละประเด็น ดังนี้

ประเด็นเรื่องการ 'การลอกเลียนแบบ'
>> ในตลาดเครื่องมือสำรวจฯยุคปัจจุบัน ที่ค่อนข้างจะลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน บางครั้งก็พูดได้ไม่เต็มปากว่า นั่นคือการลอกเลียนแบบ หรือใครเลียนแบบใคร แม้ว่าตัวผลิตภัณฑ์+ออปชั่นการใช้งานต่างๆ จะดูเหมือน หรือมีความคล้ายคลึงกันก็ตามที

ในโลกการตลาดไร้พรมแดนทุกวันนี้ เราจึงเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ (ฺBrand name) ทางด้านการผลิตอุปกรณ์สำรวจฯทั้งหลาย ต่างพากันกระโจนลงมาทำการตลาด 'แบบตัวแทน' ขอมีส่วนแบ่งทางการตลาดเครื่องมืองานสำรวจฯ ในตลาดระดับล่าง ในชื่อแบรนด์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ (+ตัดออปชั่นการใช้งานบางส่วนออก) และสนนราคาไม่ต่างกันมากนัก อาทิ Leica กับ GeoMax และ Stronex, Trimble กับ Spectra และ Focus, South กับ Sanding, Horizon และ Geoland เหล่านี้ เป็นต้น

และสำหรับเจ้า CHC รุ่น x91 นี้ ก็เป็นดั่งเช่นการตลาดที่ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ข้างต้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้ เป็นที่เปิดเผยแล้วว่า ตัวบอร์ดที่ใช้ในการรับสัญญาณดาวเทียม ในรุ่น x91 นั่นคือ ตัวบอร์ด Trimble BD970 ซึ่งเป็นตัวบอร์ดรับสัญญาณดาวเทียม 'แบบเดียวกัน' กับที่ใช้ในเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม ยี่ห้อ Trimble รุ่น R8 (ราคาระยิบ ระยับ)
บอร์ดฯ Trimble BD970 ใน Trimble R8 (ภาพด้านล่าง)
ส่วนประเด็นที่ว่า ตัวบอร์ด Trimble BD970 ที่ใช้ในการรับสัญญาณดาวเทียม ของค่ายแบรนด์เนม Trimble ดันมาโผล่อยู่ในเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม ยี่ห้อ CHC ในรุ่น x91 'ได้อย่างไร?' ผู้เขียนก็อยากจะคาดเดาไปว่า ค่าย CHC อาจจะทำสัญญาซื้อตัวบอร์ดฯ ดังกล่าว มาจากค่าย Trimble ก็เป็นได้ เพราะเป็นที่ปรากฏชัดแจ้งแล้วว่า แม้แต่เครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม รุ่น x900+ ก่อนหน้านี้ ของ CHC ก็ได้ใช้ตัวบอร์ดฯ รุ่น OEM628 จากค่ายแบรนด์เนม Novatel ฉะนั้นเจ้า x91 กับประเด็นเรื่องมีการ 'ลอกเลียนแบบ' หรือไม่...ผู้เขียน (ส่วนตัว) จึงคิดว่า 'ไม่' ครับ

ประเด็นเรื่อง 'ความทนทาน' (อายุการใช้งาน)
>> ด้วยเหตุที่ว่า การใช้งานเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียมทุกประเภท (ทุกยี่ห้อ) ต้องทำการสำรวจรังวัดในพื้นที่ 'เปิดโล่ง' เห็นท้องฟ้า เพื่อการรับข้อมูลสัญญาณดาวเทียมให้ได้คุณภาพดี ฉะนั้นจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากแสงแดด ความร้อน ความเปียกชื้น และฝุ่นละออง ไปได้...เครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียมเหล่านี้ จึงถูกผลิต และออกแบบให้มีการป้องกันอันตรายจากปัจจัยต่างๆ ข้างต้น แต่ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าวัสดุที่ใช้ในการประกอบตัว Body มีหลายเกรด หลากหลายคุณภาพ (หลากหลายความทนทาน) ซึ่ง 'สินค้าที่ถูกผลิตขึ้นจาก ชนชาวหยวน' จึงมักจะถูกโจมตีจากเหล่าชาวโลก ในประเด็นเรื่อง 'คุณภาพของสินค้า' เป็นสำคัญ

แต่จากการที่ผู้เขียนได้สัมผัส จับต้อง พินิจ พิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน (+เคาะแรงๆ) วัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวจานรับสัญญาณฯ รุ่น x91 ดังกล่าวนั้น จัดอยู่ในเกรดดีเยี่ยมทีเดียว ผู้เขียนเข้าใจว่าวัสดุที่ใช้คือ คาร์บอนอัลลอยด์แข็ง ไม่ใช่พลาสติกทำขันอาบน้ำทั่วๆไป และ (ส่วนตัว) คิดว่าวัสดุที่ใช้ประกอบน่าจะ 'ดีกว่า' วัสดุที่ใช้ในจานรับสัญญาณฯยี่ห้อดัง อย่าง Thale อยู่หลายรุ่น ทีเดียว...ในประเด็นเรื่อง ความทนทานนานปี ผู้เขียน (ส่วนตัว) คิดว่า 'ของเขาทนจริง ไรจริง' แต่ทั้งนี้การใช้สีขาว สำหรับตัว Body นั้น จะทำให้มันเปลี่ยนเป็นสี 'เหลือง' ซีดๆ ในกาลถัดไป อย่างแน่นอน
การทดสอบความทนทาน 'ไม่ต้องเยอะ ก็ได้'

ประเด็นเรื่อง 'ความถูกต้องของข้อมูล'
>> ความถูกต้องของข้อมูล ที่ได้รับจากการใช้เครื่องมือในการทำการสำรวจฯนั้น ถือเป็น 'แก่น' ของการพิจารณาเลือกซื้อ และการใช้งานเลยทีเดียว โดยเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม ยี่ห้อ CHC รุ่น x91 ดังกล่าว มาพร้อมกับ สเป็คหลักๆ ที่ 'แรง' เอาเรื่อง เทียบได้กับสเป็คสูงๆ จากยี่ห้อแบรนด์เนมทั้งหลาย ได้อย่างสบาย

การรับสัญญาณดาวเทียม
- GPS: L1C/A,L2C, L2E, L5
- GLONASS: L1C/A, L1P, L2C/A, L2P
- Compass/Beidou: B1, B2, B3
- SBAS: WAAS, EGNOS, GAGAN, MSAS
- Galileo: GIOVEA and GIOVEB

ความคลาดเคลื่อน ในการสำรวจฯด้วยระบบ RTK
- ค่าพิกัดทางราบ: 10mm+1ppm
- ค่าระดับ: 20mm+1ppm

ความคลาดเคลื่อน ในการสำรวจฯ แบบ Static
- ค่าพิกัดทางราบ: 2.5mm+1ppm
- ค่าระดับ: 5mm+1ppm
- ระยะทางในการทำการสำรวจรังวัด จากสถานีฐาน (ฺBase Station): สูงสุดไม่เกิน 300 กิโลเมตร


ระบบ GNSS แต่เดิมที่เคยหากินพื้นๆ อยู่กับระบบ GPS และระบบ Glonass อยู่นานหลายปี ซึ่งให้เกณฑ์ความถูกต้องของข้อมูลสำรวจฯอยู่ในระดับสูง (มีความถูกต้องมากกว่าระบบ GPS เดิม ที่มีเพียงระบบเดียว) เมื่อได้ระบบ Compass/Beidou มาเสริมอีกแรง ยิ่งทำให้ข้อมูลสำรวจฯที่ได้รับ มีความละเอียดถูกต้อง 'สูงยิ่งขึ้น' ไปอีก (มีความถูกต้องมากกว่าระบบ GPS+Glonass ที่มีอยู่เพียง 2 ระบบ)

การประมวลผล ข้อมูลดาวเทียม
>> CGO คือ ชื่อโปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลดาวเทียม ที่ได้จากเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียมจากค่าย CHC ซึ่งค่อนข้างจะ พ้องชื่อ+พ้องเสียง กับโปรแกรม TGO จากค่าย Trimble รวมไปถึงหน้าตาโปรแกรม และวิธีการใช้งานโปรแกรม ที่คล้ายๆกัน โดยมิได้นัดหมาย
ซึ่งผู้เขียน ขออนุญาติไม่ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับตัวโปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลดาวเทียมดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ว่าโปรแกรมฯเหล่านี้ (จากหลายค่าย หลายสำนัก) ใช้หลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่เหมือนๆกัน  และมีลำดับการประมวลผล ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งผู้เขียนได้ลอง Convert ข้อมูลดาวเทียมที่ได้จากเจ้า x91 (*.HCN) เป็นไฟล์ RINEX เพื่อใช้ในโปรแกรม Topcon Tool และ GNSS Solution ของค่าย Spectra (พัฒนาโปรแกรมประมวลผลข้อมูลดาวเทียม จำหน่ายให้กับค่ายแบรนด์เนม อื่นๆ) ปรากฏว่า ได้ผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกันมาก (ต่างกันในระดับ ม.ม.)

ประเด็นเรื่อง 'ราคา' 
>> ถ้าจะกล่าวว่า สินค้าที่มาจากประเทศหยวน มีราคาถูก+คุณภาพต่ำ อาจจะเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง สำหรับชนชาวสารขัณฑ์ ที่ต่างคุ้นเคยกับสินค้าหยวน กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เมดอินหยวน...แต่ราคาถูกแบบหยวนๆ อาจจะใช้ไม่ได้กับเจ้า CHC รุ่น x91 ที่สนนราคาค่าตัว 'แรงพอตัว' โดยใน 'สเป็คเดียวกัน' จัดชุดเซ็ต เหมือนกัน (อาทิ ชุด RTK ตามภาพข้างต้น ที่มี 1 Base+1 Rover+1 Modem+1 Controller) โดยเปรียบเทียบกับยี่ห้อหลัก อื่นๆ นั้น เจ้า x91 จะมีราคา 'ถูกกว่า' ประมาณ 30-35%...ชุด RTK ที่ผู้เขียนได้รับมาทำการทดสอบ ตามภาพข้างต้นนั้น มีราคาค่างวด อยู่ที่ราวๆ 5-6 แสนบาท ครับ

เพิ่มเติม เรื่องตัว Controller
>> สำหรับตัว Controller ที่ติดมาในชุดเซ็ต RTK ที่ถูกส่งมาให้ผู้เขียนทำการทดสอบนี้ เป็นรุ่น LT30 (ชื่อเรียกในยี่ห้อ CHC) ซึ่งผู้เขียนขออนุญาติไม่กล่าวถึงรายละเอียดมากนัก ด้วยเหตุว่าเป็นเพียงตัว Controller ทั่วๆไป ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดเครื่องมือสำรวจฯ โดยท่านสามารถพบเห็นเจ้าตัว Controller ตามภาพข้างต้น จำหน่ายคู่กับเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียมแบรนด์เนม อื่นๆ อาทิ Sokkia, SunNav, Getac ฯลฯ

การควบคุม สั่งงานตัวจานรับสัญญาณดาวเทียม x91 ด้วยตัว Controller นั้น สามารถใช้ตัว Controller ยี่ห้อ และรุ่นใดๆ ก็ได้ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ 'Windows Mobile' และมีฟังชั่น Bluetooth (ขาดไม่ได้) และสิ่งสำคัญที่ต้องมีคือตัว 'โปรแกรมสั่งงาน' ซึ่งเจ้าตัว LT30 ที่ผู้เขียนได้รับมานี้ มาพร้อมกับชุดโปรแกรม Landstar v6.0 แต่ทั้งนี้ท่านสามารถใช้งานเจ้าตัว x91 ร่วมกับโปรแกรม SurveCE และ HCGPSSet ได้เช่นกัน...อนึ่ง อุปกรณ์ Pocket PC ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ 'Windows Mobile' และมีฟังชั่น Bluetooth (+ชุดโปรแกรมควบคุม ข้างต้น) สามารถนำมาใช้กับเจ้า x91 ได้ โดยไม่ผิดกติกา แต่อย่างใด

สรุป แบบหยวนๆ
>> บทความนี้ มิได้เป็นรายการแนะนำสินค้า หรือเชียร์สินค้า แต่อย่างใด และตัวผู้เขียนเองก็มิได้ รู้จักหรือเกี่ยวดองหนองยุ่งกับ บ.ผู้ผลิต หรือผู้จัดจำหน่าย ใดๆ ทั้งสิ้น...จากการที่ได้ทำการทดสอบ ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ มีระบบใหม่ๆจากที่ไม่เคยเห็น และไม่เคยใช้งานมาก่อนก็ตามที แต่จากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ผู้เขียนได้ผ่านงานการสำรวจฯประเภทนี้มาเนิ่นนานนัก จึงไม่ค่อยจะรู้สึก รู้สากับอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเหล่านี้มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ มีการใช้งาน และการประมวลผลข้อมูลที่คล้ายคลึงกัน ในทุกๆ ยี่ห้อ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ราคาค่างวดของชุดเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม (ชุด RTK) เพียง 1 ชุด (ที่มีสเป็ค+ออปชั่น เดียวกัน โดยเฉพาะการมีออปชั่นการรับข้อมูลดาวเทียมจากทั้ง 3 ระบบหลัก) จากค่ายแบรนด์เนม ยี่ห้อหลักๆ นั้น ราคาพุ่งไปถึงเฉียดๆ ล้านบาท (หรือสูงกว่า ในบางยี่ห้อ) ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง สำหรับท่านที่มีเบี้ยน้อย หอยน้อย (เช่นผู้เขียน) ในการมองหา หรือพิจารณาเลือกซื้อชุดเครื่องมือดังกล่าว เอาไว้ใช้งานสักชุด...(ส่วนตัว) ถ้าผู้เขียนมีงบประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับการพิจารณาเลือกซื้อชุดเครื่องมือสำรวจรังวัดดาวเทียม ระบบ GNSS (ชุด RTK) สักชุด ผู้เขียนจะให้น้ำหนักมาที่เจ้า CHC รุ่น x91 ครับ ด้วยเหตุผลที่เคยประทับใจในแบรนด์ Trimble เป็นการส่วนตัวตั้งแต่ในยุคอดีต และอีกหนึ่งเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า 'ยังมีเงินเหลือ เพื่อนำไปซื้อกล้องโททอล สเตชั่น รุ่นดีๆ ได้อีก 1 ตัว'

* สำหรับท่านใดที่สนใจ หรือต้องการเรียนรู้การใช้งานตัว Hardware และการประมวลผลข้อมูล Software ของเจ้า CHC รุ่น x91 (ร่างอวตาร ของยี่ห้อ Trimble) ติดต่อผู้เขียนผ่านทางอีเมล์ ได้ครับ ยินดีถ่ายทอดความรู้ สำหรับท่านที่สนใจ


Author supported to Land Surveyors United